
นอกเหนือจากการคิดค่าบริการขนส่งจากน้ำหนักของพัสดุแล้ว ยังมีวิธีการคิดตามระยะทางด้วย แล้วการคิดตามระยะทางที่ว่ามีขั้นตอนยังไง คำนวณแบบไหน สามารถขนส่งสินค้าประเภทใดได้บ้าง ตามไปหาคำตอบไปพร้อม ๆ กับเราได้เลย จะได้ไม่โดนเอาเปรียบและเลือกประเภทรถขนส่งได้ตอบโจทย์ความต้องการ
ค่าบริการขนส่งตามระยะทางคิดยังไง
สำหรับอัตราค่าบริการขนส่งตามระยะทาง จะใช้วิธีคิดด้วยการกำหนดค่าส่งเริ่มต้นขั้นต่ำก่อนจะบวกเพิ่ม เฉลี่ยตามปริมาณกิโลเมตรที่เพิ่มขึ้น แต่จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทรถ เช่น
- รถมอเตอร์ไซค์ เริ่มต้นที่ 42 บาท กิโลถัดไปเฉลี่ย 7 บาทต่อกิโลเมตร
- รถกระบะตู้ทึบ เริ่มต้น 275 บาท กิโลถัดไปเฉลี่ย 11 บาทต่อกิโลเมตร
- รถเย็น เริ่มต้น 1,900 บาท กิโลถัดไปเฉลี่ย 15.5 บาทต่อกิโลเมตร
**หมายเหตุ** หากต้องการเช็กค่าขนส่งสามารถตรวจสอบกับทางบริษัทขนส่งได้ด้วยตนเอง ด้วยการกรอกข้อมูลทั้งในส่วนของระยะทาง ประเภทรถ และข้อมูลของพัสดุ เพื่อให้ระบบคำนวณอัตโนมัติ ก่อนเลือกใช้บริการได้
ทั้งนี้ ค่าส่งอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย นอกเหนือจากระยะทาง เช่น ขนาดหรือน้ำหนักของพัสดุ ระยะเวลาในการขนส่ง รวมถึงบริษัทขนส่ง และเขตพื้นที่ด้วย เช่น เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ค่าส่งอาจถูกกว่าพื้นที่ต่างจังหวัดอย่างภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันตก เป็นต้น
ควรเลือกรถประเภทไหนดี
แน่นอนว่าประเภทรถนั้นมีผลต่อการคิดค่าบริการขนส่งถูก – แพงแตกต่างกันไป แต่ควรเลือกแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่าประเภทรถนั้น ๆ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการขนส่งประเภทใด ดังนี้
- รถมอเตอร์ไซค์ เหมาะกับการขนส่งสินค้าขนาดเล็ก เช่น พัสดุทั่วไป เอกสาร จดหมาย
- รถ Eco Car เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น ช่อดอกไม้ เบเกอรี่ เค้ก เสื้อผ้า
- รถปิคอัพ เหมาะสำหรับการขนของที่มีขนาดใหญ่ เช่น เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ก่อสร้าง โต๊ะ หรือเก้าอี้
- รถเย็น เหมาะกับการขนส่งสินค้าที่จำเป็นต้องควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการเน่าเสียระหว่างการขนส่ง เช่น ยาหรือเวชภัณฑ์บางชนิด อาหารแช่แข็ง ผัก หรือผลไม้
- รถกระบะตู้ทึบ เหมาะกับการขนส่งสินค้าทั่วไป เช่น ของตกแต่งบ้าน สินค้าบรรจุกล่อง เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ และอื่น ๆ
- รถ 6 ล้อ และ 10 ล้อ เหมาะสำหรับการขนพัสดุหรือสินค้าขนาดใหญ่ เช่น สินค้าบนพาเลท อุปกรณ์งาน Event เป็นต้น
และสุดท้ายคุณสามารถทำการเช็กค่าบริการขนส่งล่วงหน้ากับทางบริษัทขนส่งได้ด้วยตนเอง ด้วยการกรอกข้อมูลที่จำเป็น เพื่อให้ระบบประเมินผลคร่าว ๆ ว่าต้องเสียค่าส่งเท่าไหร่ ส่วนประเภทรถที่เลือกใช้ก็ควรมีความสอดคล้องกันกับประเภทพัสดุที่คุณกำลังจะส่งไปยังปลายทาง ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและการคงสภาพของสินค้า ไม่ให้เกิดความเสียหายระหว่างการขนส่งจากต้นทางไปยังปลายทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
